2007/May/29

Day 3 : 23 พ.ค. - โอซาก้า-โยโกฮาม่า-โตเกียว

ด้วยความที่เมื่อคืนนอนดึก วันนี้ก็เลยตื่นสายอีกแล้ว... กว่าจะไปถึงสถานีชินโอซาก้าได้ก็เลยเวลาไปโข ได้ขึ้นชินคันเซ็นเที่ยวช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ไปชม.นึง

ลาก่อน ไรซัน ลาก่อน โอซาก้า เที่ยวนี้ไม่ได้เที่ยว/กินโอซาก้าเลย ไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ว่ากันอีกทีเนาะ

กินมื้อเช้าในรถ เป็นข้าวปั้นไส้เมนไทโกะ (ไข่ปลารสเผ็ด แบบไม่เผ็ดเรียกทาราโกะ) กับแซลมอน เมนไทโกะรสชาติเหมือนเอาไข่ปลามายำกับน้ำมะนาวกับพริกยังไงชอบกล

นั่งชินคันเซ็น 2 ชม.กว่าก็มาถึงสถานีชินโยโกฮาม่า เอาเป้ใบใหญ่ยัดไว้ในล็อคเกอร์หยอดเหรียญในสถานี แล้วก็เริ่มทัวร์โยโกฮาม่ากัน

ที่หมายแรก พิพิธภัณฑ์ราเม็ง อยู่ไม่ไกลจากสถานีชินโยโกฮาม่า เสียค่าเข้า 300 เยน

ชั้นแรกจะเป็นร้านขายของเกี่ยวกับราเม็ง และมุมนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับราเม็งเล็กๆน้อยๆ

มีบอร์ดให้เขียนแนะนำร้านราเม็งอร่อยๆที่ตัวเองรู้จัก นอกจากในญี่ปุ่นแล้วก็มีของไต้หวันกับฮ่องกง แต่คนต่างชาติบางคนไม่รู้ก็จะมาเขียนประมาณ "ได้มาเยือนที่นี่แล้ว" ซะฉิบ

เดินลงไปชั้นใต้ดินจะพบกับนาฬิกาเรือนนี้ซึ่งเดินถอยหลัง เป็นการบอกว่าเรากำลังจะย้อนกลับสู่ญี่ปุ่นในยุคคุณพ่อคุณแม่ยังเด็ก

ชั้นใต้ดินตกแต่งเป็นญี่ปุ่นในยุคสงครามโลก

ชั้นบนจะเป็นร้านจำพวกบาร์ต่างๆ

ร้านขายขนมโดยคุณยายที่เห็นกันบ่อยๆในการ์ตูน

ชั้นล่างจะเป็นศูนย์รวมร้านราเม็งจากทั่วประเทศ

และร้านที่เราจะกินกันก็คือร้านนี้ Komurasaki จากคุมาโมโตะ ที่หลายๆคนบอกว่าอร่อยที่สุดในราเม็งมิวเซี่ยมนี้ จริงเท็จประการใดไม่ทราบได้

บะหมี่ราชันย์ โอซามะราเม็ง

ความประทับใจแรกของราเม็งชามนี้คือน้ำซุปครับ เป็นราเม็งที่มีซุปอร่อยถูกปากผมที่สุดเท่าที่เคยกินมา รสชาติกลมกล่อมกำลังดี สดชื่นได้รสกระดูกหมูโดยไม่เลี่ยนไขมัน เส้นเล็กเรียวก็เข้ากับน้ำซุปได้ดี ราเม็งทงคตสึคงจะเข้ากับเส้นเล็กเรียวที่สุดแล้ว หมูชาชูก็ใช้ได้ทีเดียว

จบจากพิพิธภัณ์ราเม็งก็เดินกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานีชินโยโกฮาม่า ไปยังสถานีคันไน เพื่อเดินไปสถานีอิชิคาวะโจ ระหว่างทางเดินนี้จะมีที่ให้แวะชมอยู่สองสามแห่ง

ที่แรกคือโยโกฮาม่าสเตเดี้ยม สนามเหย้าของทีมเบสบอล Yokohama Bay Star

เดินมาอีกหน่อยก็จะถึงไชน่าทาวน์ ที่ในความเห็นผมแล้วไม่ค่อยมีความเป็นจีนอะไรเท่าไหร่ เหมือนย่านการค้าทั่วๆไปในญี่ปุ่นมากกว่า ของที่โกเบยังดูจีนกว่าอีก เพียงแต่ขายอาหารจีนกันเพียบแทบทุกร้านเท่านั้นเอง ก็เลยไม่ได้ถ่ายอะไรมาเท่าไหร่ ว่าจะซื้อซาลาเปาหูฉลามมาลองก็ดันหมดซะอีก T-T

เดินทะลุไชน่าทาวน์มาก็จะมาถึงสวนสาธารณะยามาชิตะ

ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ติดทะเล

เรือเดินทะเล ฮิคาวะมารุ

น้ำพุในสวนสาธารณะ

เบื้องหลังนั้นคือรูปปั้นเทพธิดาแห่งสายน้ำ

ก๊อกน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ทัวร์ชาวจีนทุกคนจะต้องมาถ่ายรูปตอนตัวเองกินน้ำจากก๊อกนี้ (ผมเห็นทัวร์กรุ๊ปนึงถ่ายกันทุกคนจริงๆนะ เพื่อ...?)

เดินเล่นกับนั่งพักในสวนสาธารณะพอหายเหนื่อยแล้วก็ออกเดินกันต่อ

ที่หมายต่อไปของเราคือที่นี่ครับ พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาโยโกฮาม่า วันนี้เราจะมาทำตัวเป็นอลิสจาก Touhou Project กัน

ด้านหน้าก่อนที่จะซื้อตั๋วเข้าไปจะมี Petit Gallery เล็กๆให้ดูประกอบการตัดสินใจว่าจะตีตั๋วเข้าไปมั้ย ค่าเข้าก็ 500 เยนครับ

โซนแรกสุดเป็นการเล่าความเป็นมาของตุ๊กตาในญี่ปุ่น โดยเน้นที่โยโกฮาม่าซึ่งถือเป็นที่แรกที่ได้รับอารยธรรมตะวันตกเข้ามา

สาวน้อยรองเท้าแดง

ถัดเข้าไปจะเป็นโชว์ตุ๊กตาจากทุกมุมโลก

ตู้ยุโรปตะวันออก

白符「白亜の露西亜人形」
การ์ดสีขาว "ตุ๊กตารัสเซียสีชอล์ค" !!

ตู้ยุโรปเหนือกับยุโรปกลาง

紅符「紅毛の和蘭人形」
การ์ดสีชาด "ตุ๊กตาฮอลแลนด์ผมแดง" !!

蒼符「博愛の仏蘭西人形」
การ์ดสีคราม "ตุ๊กตาฝรั่งเศสแห่งความเมตตา" !!

ตู้นี้ของยุโรปตะวันตกกับยุโรปใต้

โมอาย !! (ไอ้นี่นับเป็นตุ๊กตาด้วยเรอะ)

ตัวนี้ของเกาหลี

ของไทยเรา >_<

ตู้ที่เหลือผมไม่ได้ถ่ายมาเพราะเห็นว่ามันไม่ค่อยน่ารัก สู้ตุ๊กตายุโรปไม่ได้ ^^;;

ที่เหลือจากนี้เข้าไปจะมีป้ายห้ามถ่ายรูปโชว์หรา ก็เลยไม่กล้าถ่าย จะเป็นโชว์ตุ๊กตาแบบต่างๆอย่างตุ๊กตาเดือนห้าหรือตุ๊กตาวันเด็กผู้ชาย ที่ทำเป็นรูปนักรบมีชื่อหรือตัวเอกในนิทานที่มีความแข็งแกร่ง ฟากตะวันตกก็มีตุ๊กตา Bisque Doll และอื่นๆมาโชว์ รวมทั้ง Automata หรือพวกตุ๊กตากลไกต่างๆ

นอกจากนี้ ตอนนี้ที่นี่กำลังจัดนิทรรศการเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีของริกะจัง บาร์บี้แห่งญี่ปุ่น จะมีการจัดแสดงตุ๊กตาริกะจังตั้งแต่ยุคแรกเริ่มตัวแรกสุดไปจนถึงรุ่นล่าสุดกันเลย

เสียดายอ้ะ อยากถ่ายรูป >_<~

จบแล้วครับกับโยโกฮาม่า น่าเสียดายที่ Curry Museum ปิดกิจการไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้ว ไม่งั้นจะมีที่เที่ยว/กินเพิ่มอีกที่นึง

ก็เดินไปสถานีอิชิคาวะโจ กลับไปสถานีชินโยโกฮาม่า จับชินคันเซ็นเข้าโตเกียวที่สถานีโตเกียว

อันนี้ถ่ายให้เห็นว่าบันไดเลื่อนที่ญี่ปุ่นเขาจะยืนชิดซ้ายกัน เว้นที่ด้านขวาไว้ให้คนที่อยากจะเดิน มีที่โอซาก้าที่ยืนชิดขวา ทีแรกนึกว่าคันโตจะชิดซ้าย คันไซชิดขวา แต่ที่เกียวโตกับโกเบผมก็เห็นเขาชิดซ้ายกันนะ

เข้าโตเกียวได้แล้วผมรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านยังไงก็ไม่รู้สิ รู้สึกว่าชินที่ชินทางกว่า ก็จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟไปโยโยงิ เข้าพักที่ Yoyogi Youth Hostel อีกแล้ว

ปีนี้ผมได้ลดแฮะ จากคืนละ 3000 เยน (ประมาณ 870 บาท) (ต้องมีบัตรสมาชิก Youth Hostel Association ทำได้ที่สมาคมบ้านเยาวชน ถนนพิษณุโลก ค่าสมาชิก 1 ปี 270 บาท) เหลือคืนละ 2850 (ประมาณ 827 บาท) สองคืนก็ 5700 เยน (ประมาณ 1653 บาท)

ข้อดี
- สะอาด ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องส้วม
- บรรยากาศเป็นส่วนตัว
- ไม่มีเวลาปิดประตู ที่ไรซันประตูทางเข้าปิด 23.30 น. ต้องกลับมาให้ทันไม่งั้นไม่มีที่นอนนะเออ

ข้อเสีย
- อยู่ไกลจากสถานีรถไฟ ถ้าใช้ JR Pass แล้วไม่อยากเสียค่ารถไฟ Local ก็ต้องเดินจากสถานีโยโยงิกันเกือบครึ่งชั่วโมง ถ้านั่งรถไฟ Local มาสถานีซังกุบาชิจะเดินประมาณ 7 นาที
- เวลาอาบน้ำสั้นโคตร มีแต่ตอนเย็นไม่มีตอนเช้า เที่ยวเพลินไม่ได้เดี๋ยวเลยเวลาอาบน้ำ วันที่สองผมแอบอาบนอกเวลาด้วย ^^;;

รายละเอียดอื่นๆของที่พักดูที่ของเก่าปีที่แล้วได้ครับ ลิงค์อยู่ที่ Recommended

เช็คอินเก็บข้าวของเสร็จก็ออกไปหามื้อเย็นที่ชิบุยะครับ จริงๆแผนนี้มาวันสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ก็เลยไม่ได้ปรินท์แผนที่มาด้วย อาศัยจำจุดสังเกตทั้งหลายแล้วเดินๆคลำๆทางไป

พอออกจากสถานีชิบุยะมาได้ก็ได้กลิ่นหอมหวานลอยมาตามลม พอลองเดินตามไปก็เจอ

Beard Papa หนึ่งในแผน ไม่ต้องคลำทางเลย ใช้จมูกนำก็พอแล้ว

ด้วยว่ายังมีของคาวรออยู่ เลยซื้อลูกเดียวมากินเล่นก่อน

คุ้กกี้ชูครับ ด้านล่างจะเป็นกรอบๆเหมือนคุ้กกี้ ส่วนแป้งด้านบนก็จะมีเกล็ดๆกรอบๆโรยอยู่ ไส้เป็นคัสตาร์ด อร่อยมากๆ เมื่อไหร่ลุงหนวดบ้านเราจะเอาเข้ามาบ้างนะ

ร้านสำหรับมื้อเย็นวันนี้ ราเม็ง Ichiran หรือที่มีชื่อเล่นในหมู่ชาวไทยว่าราเม็งเข้าคอก ราเม็งข้อสอบ หรืออะไรก็ว่ากันไป

ต้องต่อแถวอีกแล้ว

ในร้านจะมีแผงสัญญาณไฟแสดงที่ว่างครับ ว่างตรงไหนก็เข้าไปนั่งตรงนั้น ถ้าไม่มีที่ว่างก็ต้องยืนรอก่อน พอเข้าไปนั่งจะเป็นคอกเหมือนห้องโสตฯ (นึกออกกันมั้ยนี่) ซึ่งจะกั้นระหว่างเรากับคนข้างๆ หรือแม้แต่เรากับพนักงานร้าน ทำให้สามารถดื่มด่ำกับรสชาติอาหารได้อย่างสงบและสบายใจ นั่นคือคอนเซปต์ของร้าน

แต่ในความเป็นจริง พอมีเพื่อนกันเข้ามา แถมนั่งติดๆกัน สองคนนั่นคุยกัน คอนเซปต์นี้ก็จะพังทลายทันที ^^;;

ข้อสอบ ให้เราเลือกลักษณะราเม็งที่ต้องการ
- ความเข้มข้นของรสชาติ อ่อน ธรรมดา เข้มข้น ข้อนี้ผมเลือกแบบธรรมดา
- ข้อนี้ผมแปลไม่ออก ^^;; เลยวงธรรมดาไป
- กระเทียม ไม่ใส่ ใส่น้อย ธรรมดา ไปจนถึงใส่เยอะ ผมชอบกระเทียมก็เลยวงใส่เยอะหน่อยไป
- ต้นหอม เลือกว่าจะเอาต้นหอมญี่ปุ่นหรือต้นหอมแบบบ้านเรา เอาแบบญี่ปุ่นครับ
- หมูชาชู เลือกว่าจะเอาหรือไม่เอา
- น้ำจิ้มตำรับลับ หรือพริกนั่นเอง คนมาครั้งแรกเขาแนะนำให้ใส่ครึ่งหนึ่ง อ่ะ ก็ครึ่งหนึ่ง
- ความแข็งของเส้น คราวนี้เลือกเส้นแข็งหน่อยบ้าง

ข้อสอบนี้มีแบบภาษาอังกฤษด้วยครับ ขอจากทางร้านได้

ทำเสร็จก็กดปุ่มเรียกพนักงานมาส่งข้อสอบกับตั๋วอาหารให้พนักงานร้านที่เห็นแค่เอว

ได้นี่มากินก่อน ไข่ลวก มาพร้อมเกลือ ผ้าเช็ดมือ และเอกสารกำกับวิธีปอกเปลือกให้ได้อย่างสวยงาม (แต่ผมทำตามไม่ได้ 555) ในเอกสารเขาจะอธิบายว่าไข่ลวกมีสรรพคุณในการล้างรสชาติที่เหลือออกจากปาก ทำให้สามารถรับรสชาติใหม่ได้อย่างเต็มที่ เป็นสิ่งที่นักทำเหล้าในญี่ปุ่นกินก่อนชิมเหล้ากันมาช้านาน จึงแนะนำให้กินก่อน เพื่อสามารถรับรสของราเม็งได้อย่างเต็มที่ แต่ผมไม่สนอ่ะ จะกินพร้อมราเม็งซะอย่าง

มาแล้วครับ ราเม็ง พอเสิร์ฟอาหารเสร็จเขาก็จะชักม่านด้านหน้าปิด เส้นอร่อยมาก น้ำซุปเข้ากันดี ถ้าเลือกแบบรสเข้มกว่านี้น่าจะอร่อยขึ้นไปอีก แต่ติดอยู่ตรงหมูชาชูที่รู้สึกว่าได้รสของการต้มซีอิ๊วมาไม่เท่าร้านอื่น

เสร็จมื้อเย็นก็เดินกลับไปสถานีชิบุยะ สอย Beard Papa มาอีกสองลูกกลับไปกินที่ห้องพัก

ด้านซ้ายเป็นไส้เชอร์รี่ ผมว่าอร่อยสู้คัสตาร์ดวานิลลาไม่ได้ เหมือนรสชาติยังทำไม่ถึง ด้านขวาเป็นคุ้กกี้ชู ไม่ต้องอธิบายครับ รอคอยให้มันเข้ามาในไทยอยู่นะเนี่ย (หรือมาแล้วหว่า ?)

กินเสร็จก็ไม่มีอะไรให้ทำมากแล้วครับที่นี่ ไม่มีทีวีให้ดู ก็เลยไปอาบน้ำแล้วก็นอน

สรุปค่าใช้จ่าย วันนี้ใช้ไป 9747 เยน (ประมาณ 2827 บาท)
- มื้อเช้าบนรถไฟ ข้าวปั้นลูกละ 130 (ประมาณ 38) สองลูกก็ 260 เยน (ประมาณ 76 บาท) ชางุงิ เอ้ย มุงิขวดละ 150 เยน (ประมาณ 44 บาท) รวมแล้ว 410 เยน (ประมาณ 119 บาท)
- ค่าล็อคเกอร์หยอดเหรียญที่ชินโยโกฮาม่า 300 เยน (ประมาณ 87 บาท)
- ค่าเข้าราเม็งมิวเซี่ยม 300 เยน (ประมาณ 87 บาท)
- โอซามะราเม็ง 800 เยน (ประมาณ 232 บาท)
- ค่าเข้าบ้านตุ๊กตา 500 เยน (ประมาณ 145 บาท)
- ค่าที่พักที่ YYH (เพิ่งสังเกต ย่อแล้วส่อมาก Yaoi Yuri H :P) สองคืน 5700 เยน (ประมาณ 1653 บาท)
- Beard Papa คุ้กกี้ชูลูกละ 150 (ประมาณ 44 บาท) บาท สองลูก 300 เยน (ประมาณ 87 บาท) กับไส้เชอร์รี่ลูกละ 160 เยน (ประมาณ 47 บาท) รวมเบ็ดเสร็จ 460 เยน (ประมาณ 134 บาท)
- Ichiran Ramen ราเม็ง 700 เยน (ประมาณ 203 บาท) ไข่ลวก 150 เยน (ประมาณ 44 บาท) รวม 850 เยน (ประมาณ 247 บาท)
- ที่เหลือเป็นค่าน้ำขวด โค้กมั่ง Pocari มั่ง แฟนต้ารสแปลกๆมั่ง 427 เยน (ประมาณ 124 บาท)

ข้อคิด
- ถ้าต้องนั่งชินคันเซ็นเกิน 1 สถานี กรุณาหลีกให้ห่างจากสายโคดามะ เพราะเล่นจอดมันทุกสถานี เทียบกันแล้วสายฮิคาริที่ออกช้ากว่าชม.นึงยังไปถึงเร็วกว่าครึ่งชม.ก็มี...

Next : Day 4-5 โตเกียว

ว่าจะรวบแล้วครับ รูปที่เหลือหลังจากวันนี้มีแค่ 7 รูป เรื่องที่จะเขียนคงสั้นตามไปด้วย

Comment

Comment:

Tweet


เค้าฝากมาอ่ะคะ
((((((((((((((((เตื่อนระวัง Beard papa ชูครีมเบียดปาปาที่พารากอนอ่ะคุณภาพต่ำลงอ่ะ)))))))))))))))))) .....กระจายข่าวให้หน่อยอ่ะนะ

Beard papa's เอาของหมดอายุมาทำ ไปยืนดูหลังร้านช่วงนึ่ง

กินมานานแล้วนะเพิ่งรู้ว่าเวลาเค้าผลิตเค้าไม่ได้ดูวันที่

ถามพนักงานทำงงเห็นชัดๆเลยว่าทำการชั่งไข่แดงแล้วทำขนมอ่ะ

หมดอายุหลายวันแล้วทำได้ด้วยหรอ
Beard papa ชูครีมเบียดปาปาที่พารากอนอ่ะคุณภาพต่ำลง
ไปกินมาแล้วตั้งแต่ เปลี่ยนคนบริหารมาแย่มากอ่ะ

ครีมไม่อร่อยเปลี่ยนนมด้วย ถามว่าของใครทำเซ็นทรัลหรออืมแปลก

ทำไมเจ้าของคนเดิมไปไหน ทำอร่อยกว่านะ ไม่ไหวนะ
ไม่อร่อยไม่ได้คุ้มราคาเลยอ่ะ


ฟ้องร้องใครอ่ะเนี่ย

sad smile
#10 by หวานกันตลอดไป At 2009-05-29 18:41,
^
^
^
แต่ห้องถัดไปที่ไม่ให้ถ่ายรูป มันมีตู้ใส่ฟิกเกอร์มาชินก้ากับซันบ็อต 3 นะเออ...
#9 by Rune At 2007-06-01 09:12,
ดีนะไม่มีตู้กันพลา ติดป้าย japan
#8 by -----ROGER----- At 2007-06-01 08:37,
^
^
^
โมอายนี่แปะป้ายไว้ว่าเป็นของชิลี ยังงงอยู่ว่ามันใกล้เกาะอีสเตอร์เรอะ...
#7 by Rune At 2007-05-31 09:27,
พิพิธภัณฑ์ราเม็งน่าสนใจจัง ทำเป็นย้อนอดีตเข้าไปสู่สมัยสงครามโลกด้วย (นาฬิกานั่น...ทำยังไงให้เดินถอยหลังน่ะ)

ส่วนโมอาย....ตกใจเหมือนกันว่านับเป็นตุ๊กตาด้วยเหรอ แล้วเป็นตุ๊กตาของชาติไหนน่ะ ??( จำไม่ได้แฮะว่าเกาะอีสเตอร์อยู่ที่ไหน)
#6 by tenrei At 2007-05-30 23:22,
อ่านแล้วหิวราเม็งวุย...
#5 by Ellebazi At 2007-05-30 00:13,
ร้านราเมงเค้าแปลกมากเลยอะ
รออ่านต่อนะค้าบ
#4 by ILL At 2007-05-29 23:38,
เห็นแล้วหิวค่ะ
พิพิธภัณฑ์ราเม็งหนนี้ว่าจะไป เพราะว่าจะออกไปเที่ยวโยโกฮาม่าด้วย กะว่าจะไปสวัสดีปลาโลมาเผือกที่ฮัคเคจิม่าซีพาราไดส์อีกสักที

สงสัยว่าหนนี้ไปต้องไปหาอะไรอร่อยๆกินบ้างซะแล้ว
อ่านบล๊อกคุณรูนที่ไรแล้วรู้สึกน่าอร่อยไปหมด55
พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาก็น่าสนใจดีค่ะ กำลังคิดอยู่เลยว่าถ้าออกนอกโตเกียวแถวรอบๆจะไปเที่ยว
ไหนดี ตอนนี้กำลังตั้งใจหาข้อมูลสุดๆ
#3 by nuinthelewen At 2007-05-29 12:53,
อ๊า พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตากับโยโกฮาม่านี่เคยไป >_<
แต่ไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลยล่ะ ตุ๊กตาเนี่ย จำได้แต่ว่าอาหารจีนอร่อย ซะงั้นน่ะ..
#2 by draco At 2007-05-29 12:45,
อยากลองหม่ำมั่งจัง
#1 by Paa orKant At 2007-05-29 12:41,
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.